noppon's profile●†。•.★♋..You Was Born To...PhotosBlogListsMore Tools Help

●†。•.★♋..You Was Born To Be Loved..♋★.•。†●

noppon Wonkta

Occupation
Location
I am a little bear

Windows Media Player

Photo 1 of 2
May 13

โลกของเธอ โลกของฉัน

โลกของเธอ...เขาว่ามันกลม
โลกของฉัน....มันก็กลม....ไม่ต่างกัน
โลกของเธอ...หมุนรอบตัวเอง...อยู่ทุกวัน
โลกของฉัน....ก็ทำอย่างนั้น...อยู่ทุกคืน
โลกของเธอ....มีสองเวลา...ในหนึ่งวัน
โลกของฉัน....ก็แบบเดียวกัน...ไม่เป็นอื่น
โลกของเธอ...คือหนึ่งกลางวัน...กับหนึ่งกลางคืน
โลกของฉัน....ก็ยืนพื้น...ด้วยวันและคืนเช่นกัน
โลกของเธอ....ห่างดวงอาทิตย์...อีกตั้งไกล
โลกของฉัน...หากอยากจะไป...ก็คงแค่ฝัน
โลกของเธอ...ยังมองเห็นความเป็นไป...ของดวงจันทร์
โลกของฉัน...ก็เคยได้ยินเรื่องเล่าจากที่นั่น...เป็นบางที
โลกของเธอ....มีเรื่องให้ทำมากมาย
โลกของฉัน....ก็คล้าย ๆ จะต้องทำในแบบนี้
โลกของเธอ...สิ่งที่ตามหา...ยังคงต้องมี
โลกของฉันในวันนี้....ก็ยังคงเดินทางต่อไป
เหมือนโลกของเรา...ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน
ทุกเรื่องราวในโลกนั้น...เป็นเช่นเดียวกัน...มาตั้งแต่ไหน
เรื่องเดียวที่อาจไม่เหมือนกัน
คือโลกของฉัน...มีเธออยู่ที่นั่น...มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
เรื่องเดียวที่อาจจะต่างไป
แค่ไม่รู้ว่าจะมีฉันอยู่บ้างไหม...ในโลกของเธอ...

November 10

MV เพลง Start by Depapepe สายลมแรกสู่หน้าหนาว

   
DEPAPEPE - START
 
 
DEPAPEPE - SPUR winter version '05(PV)

Depapepe
วงดนตรีจากแดนปลาดิบ โดยมีสมาชิกในวงเพียง 2 คน คือ

4

Yoshinari Tokuoka (Acoustic Guitar) คนขวา
Takuya Miura (Acoustic Guitar) คนซ้าย

ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้จากอาจารย์ ชา >< ( ที่ให้วาดรูปตามเพลง )

เมื่อเปิดเพลงของวงนี้ขึ้นมาทำให้ถึงกับต้องหยุดกิจที่กระทำอยู่เพื่อเพียงฟัง...

และภาพที่ลอยออกมาจากหั ก็จะเป็นภาพวิวที่มีแต่ธรรมชาติ สายลม แม่น้ำ และแสงแดด...

1

บทเพลงแนว Acoustic Guitar ฟังสบาย ๆ ไม่มีเนื้อร้องโดยมีทั้งคู่คอยเล่นสลับกันในส่วน rhythm และ melody ได้อย่างลงตัว เสียงกีต้าร์พริ้วไหว ราวกับสายลมอ่อน ๆ ของวันพักผ่อนอันสุขสบาย ราวแสงแดดอันอบอุ่น ของวันฟ้าใสที่เชื้อเชิญให้ออกไปเปิดกระจกขับรถรับลมริมชายหาด (แม้ว่าบ้านเราช่วงนี้จะเป็นหน้าฝน) หากให้พูดรวม ๆ ต้องบอกว่าเป็นดนตรีที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเต็มไปด้วยฝีมือทางดนตรี!!...

 

May 20

กาลเวลาเพียงทำให้ฉันเติบโต...

กาลเวลาเพียงทำให้ฉันเติบโต...

 

เวลาหมุนผ่านไป...

บ่อยครั้งที่มีคนบอกว่าฉันเปลี่ยนไป

ฉันเองก็ตอบไปบ่อยครั้งว่าไม่ได้เปลี่ยน

เพียงแต่ที่ทุกคนเห็นว่าฉันเป็น...ไม่เหมือนเดิม

นั่นน่าจะเพราะทุกคนต่างก็เติบโตขึ้น

กาลเวลา ประสบการณ์...ล้วนทำให้ทุกคนเติบโต

จากต้นกล้าเป็นต้นไม้ใหญ่

มีจุดเด่นบ่งบอกความเป็นตัวตนที่ชัดเจน

มากขึ้น...และมากขึ้น

มุมที่เธอมองฉัน...ต่างไป

มุมที่ฉันมองเธอ...ก็ต่างไปเช่นกัน

เพราะอย่างนั้น...จึงไม่มีใครที่เหมือนเดิม

เวลายังคงหมุนไป...

จากวันเป็นเดือน...จากเดือนเป็นปี...

ฉันห้ามเวลาไม่ให้หมุนไม่ได้

เหมือนที่ฉันไม่อาจห้ามให้ตนเองเติบโต

แต่มีความจริงข้อหนึ่งยังคงอยู่

คือฉัน...ยังเป็นฉัน

แม้เติบโต...คล้ายว่าเปลี่ยนแปลง

แต่ฉันก็ยังเป็นฉัน

ความทรงจำเจ็บปวดไม่ว่าคราไหน

ความรู้สึกสุขล้นไม่ว่าครั้งใด

สิ่งเหล่านั้น...ยังอยู่กับฉันเสมอ

หัวใจฉันยังคงเหมือนเดิม...แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ความรู้สึกทุกอย่างยังคงอยู่...ไม่เปลี่ยน

สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องยืนยัน

สิ่งที่เป็นประสบการณ์เฉพาะตัว

สิ่งที่บอกว่าฉัน...เป็นฉัน

สบตาฉันแล้วเธอจะได้รู้ว่าฉัน...

เป็นคนเดิม...ไม่ใช่ใครที่เธอไม่เคยรู้จัก

...แน่นอน...  เรามันเพื่อนกันนิ...

April 26

การรอคอยที่ไร้จุดหมาย

การรอคอยที่ไร้จุดหมาย

 

เคยรู้สึกไหม
ว่าการรอคอยอะไรบางอย่าง
โดยที่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
มันทรมานนะ

เคยรู้สึกรึเปล่า
บางครั้งเวลาที่เราคิดถึงคนที่เรารัก
ทำไมมันทำให้เราเศร้าได้ขนาดนี้
เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
การตัดสินใจจะเป็นแบบไหน

บางครั้ง
เราอยากทิ้งทุกสิ่งเอาไว้
หยุดการรอคอยทุกอย่าง
แล้วเดินหนีจากไป
……แต่หัวใจ
กลับกระซิบบอกเราว่า
พรุ่งนี้มันอาจจะดีก้อได้นะ

เรานิ่งคิดกับตัวเอง
เราควรจะเลือกทางไหน

เราควรจะรอ
หรือ
หยุดการรอคอยที่แสนทรมานนี้ซะที

เราตอบตัวเองไม่ได้
และเหนื่อยเกินกว่าที่จะพยายามหาคำตอบต่อไป

February 28

ทนได้ทนไป

แล้วฉันจะยิ้มทั้ง น้ำตาให้เธอเข้าใจว่า  ทนไหว
ให้เธอรู้สึกดี ไม่มีร้อนใจ จากกันไป ให้เธอสุขใจก็พอ
วอนอย่ามองฉันตอนร้องไห้ กลัวน้ำตาจะทำให้เธอเศร้าใจ
เตรียมเก็บใจของเธอไว้ให้ ให้เธอเอากลับไปให้คนที่เค้าต้องการ

ครอบคองใจเธอทั้งใจ
ลืมฉันเลย  ไม่เป็นไรใจฉันนั้นเคยช้ำมาก่อน 
เคยปวดรวดราวกว่านี้ เมื่อใจทนได้ทนไป
* แล้วฉันจะยิ้มทั้ง น้ำตาให้เธอเข้าใจว่า  ทนไหว
ให้เธอรู้สึกดี ไม่มีร้อนใจ จากกันไป ให้เธอสุขใจก็พอ
**รอไม่นานฉันคงหายเจ็บ   คงจะชินการที่ไม่มีใคร
 ก็คนอย่างฉันทนได้ทนไป
solo/*/**

January 08

Soul Mate

คุณเชื่อไหม..เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า.... "soul mate" จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือเป็น

 

1. ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน

2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆ มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที

3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย "soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว มีถึง 3 แบบด้วยกัน

 

แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคน เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด …แรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ

 

แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว พอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกัน พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจ เป็นเพื่อนตายก็ว่าได้

 

แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์ จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเรา ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลก คุณจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ *****************************

December 31

1 + 1 ต้องเท่ากับ 1

ไม่มีใครบอกได้ว่าถ้าความรักเป็นบทเรียน จะมีทั้งหมดกี่บท

และแบบฝึกหัดที่มีอยู่ท้ายบท เราจะทําได้กี่ข้อ และทําไม่ได้กี่ข้อ

โจทย์เลขที่ว่ายากๆนั้น เมื่อเทียบกับกับโจทย์ความรัก

โจทย์ความรักจึงยากกว่ามาก เพราะรักไม่มีสูตรตายตัว

เช่น ในวิชาคณิต 1+1 = 2

แต่ในวิชาความรัก 1+1 = 1

เพราะถ้า 1+1 ได้เท่ากับ 2 เมื่อไหร่

เมื่อนั้น ... รักที่อุ่นก็จะเริ่มร้อน

หัวใจสองดวงที่เคยหายใจในจังหวะเดียวกัน ก็จะเริ่มมีกําแพงขวางกั้นความผูกพัน

ที่เคยไว้ใจ ก็ระแวง ที่เคยเป็นห่วง ก็กลายเป็นหวง

ที่เคยมีความสุขกับการให้ ก็เปลี่ยนเป็นตั้งตาคอยที่จะได้รับกลับคืนมาบ้าง

จากคําว่า "เรา" ที่แต่ก่อนเคยเท่ากับ 1 ถูกแบ่งเป็น 2 คือ "ฉัน" กับ "เธอ"

แบบนี้ จึงไม่เหลืออะไรที่เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

ทนรักกันไป
ก็เพื่อจะรอวันเลิกกันเพียงอย่างเดียว

แล้วจะทํายังไงดีล่ะ?
จึงจะทําโจทย์ความรักโจทย์นี้ให้ได้คําตอบที่ถูกต้อง

มีทริคเล็กๆมาให้ ไม่ต้องเสียเวลาถามหาสูตรหรือวิธีลัดจากคนอื่น

เพราะการมีความรัก คือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เรียนรู้ ... นิสัยคนที่เธอรัก หัดชื่นชมเค้าบ้าง เวลาที่เค้าทําดีด้วย

เพราะสิ่งเล็กน้อย ได้กลายเป็นสิ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในความรู้สึกมานักต่อนักแล้ว

ฉะนั้น ควรสังเกตชีวิตส่วนตัวของคนที่เธอรักและรักเธออย่างให้เกียรติ

เปลี่ยนการเอาแต่ใจตัวเอง มาเป็น ... การเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

แล้วโจทย์ความรักก็จะง่ายขึ้น

1 + 1 = 1 ได้อยู่แล้ว

ขอแค่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งคน

คบกันแบบใจแลกใจ และห้ามนอกใจ .... เท่านั้นเอง
November 19

บางความรู้สึกกับความรัก

บางความรู้สึกกับความรัก

 

บางครั้ง...เราตั้งใจจะยังไม่มีความรัก
แต่...ความรัก ก็มาหาเรา แบบไม่ทัน ตั้งตัว พอรู้สึกอีกที ที่ว่าจะ ไม่รัก ก็รักไปซะแล้ว

บางครั้ง...เราตั้งหน้าตั้งตา รอ คอยว่าเมื่อไร ความรัก จะเดินทาง มาหาเราซะที
แต่...รอตั้งนาน กลับไม่มีวี่แววว่าจะมา ซะที

บางครั้ง...เราวิ่งไล่ตามความรัก
แต่...ความรักกลับวิ่งหนี และไม่ยอมหยุดรอให้เราได้มีโอกาส เข้าใกล้

บางครั้ง...เราเป็นฝ่ายวิ่งหนีความรัก
แต่...ความรักกลับ วิ่งไล่ตามเรา อย่างไม่รู้จักเหนื่อย อ่อน


ความรักขึ้นอยู่กับ ช่วงเวลา และ สถานการณ์.....
เราเองคงไม่สามารถ กำหนดได้ ว่าจะให้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ความรักมักมาแบบไม่ทัน ตั้งตัว หาก เราไม่รู้จัก เตรียมพร้อม และทำความรู้จักความรักอย่าง เข้าใจ
เราอาจจะสูญเสียความเป็นตัวเรา และ สูญเสียความรัก นั้นก็ได้


เราทุกคนรู้ ว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามและไม่เคยทำร้ายใคร
เราทุกคนต่างรู้ ว่าคนที่เจ็บปวดจากความรัก ไม่ได้โดน ความรัก ทำร้าย
แต่ เป็นเพราะคนนั้นไม่เข้าใจความรัก...

บ่อยครั้งที่เราค้นหาว่าความรักอยู่ไหน ...
แต่กลับไม่ทันได้มอง
ว่าบางครั้ง ความรักอยู่ใกล้ตัวเรานิดเดียว


เราอยากให้ทุกคน มีความสุข กับความรัก
เพราะรัก...ไม่จำเป็นต้องเป็น กับคู่รัก อย่างเดียว

คุณสามารถมอบความรัก และ รับความรักได้จากหลายทาง
คนที่คุณสามารถ จะรัก และ รักคุณ วนเวียนอยู่รอบตัวคุณนั้นแหละ
แต่ก่อนที่คุณ จะ รู้สึกรักใคร เราอยากให้ คุณรักตัวเองก่อน
ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องเห็นแก่ตัว ...

แต่ถ้า กระทั่งตัวเองคุณยังรักไม่เป็น คุณจะรักคนอื่น อย่างถูกวิธีได้อย่างไร

ข้อความที่เราเขียนมา เกิดจากความรู้สึก จากบทความเกี่ยวกับความรักหลายๆ อย่าง
บ่อยครั้งที่เรา ได้พบเจอความรักในรูปแบบ แปลกๆ
บ่อยครั้งที่เรา ได้เห็นความสวยงามของความรัก
บ่อยครั้งที่เรา ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดจาดความรัก

เราเขียนข้อความนี้ขึ้น ไม่ได้อยากให้เรียกว่าบทความเพราะรู้ว่า

ภาษาคงไม่สวยงาม และถูกต้องนัก แต่ทุกตัวอักษร ก็เขียนจากความตั้งใจ และอยากให้คนที่เข้ามาอ่าน
มีความสุขกับความรัก มาก ๆ น่ะค่ะ

คนรักและความฝัน

คนรักและความฝัน

 

เรามีคนรัก
เป็นคนที่เรารักเค้าและเค้าก็รักเรา

เรามีความฝัน
และเราก็อยากทำความฝันของเราให้เป็นจริง

ถ้าให้เราต้องเลือกระหว่างคนรักและความฝัน

เลือกความฝันแล้วทิ้งคนรักไว้ข้างหลัง
. . . ห รื อ . . .
เลือกคนรักแล้วทิ้งความฝันของเรา

เราคงไม่ทำอย่างนั้นแน่
คนรักและความฝันของเราต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน

ในวันที่เราทำความฝันของเราให้เป็นจริง
วันนั้นเราต้องมีคนรักอยู่ข้างกาย
ขอแค่คนรักของเรา...
ไม่ทิ้งเราไปก่อนที่เราจะทำความฝันให้เป็นจริง

 

คนเราไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้... แต่เราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นได้

คนเราไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้... แต่เราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นได้

ฉันเคยคิดว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไปเปลี่ยนบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตของฉัน

เหตุการณ์ที่อดีต ที่ฉันอยากกลับไปแก้ไข อยากกลับไปหยุดมันไม่ให้เกิดขึ้น

แต่ฉันก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมีแต่จะเดินหน้าไปเรื่อย

ฉันคิดอยู่เสมอว่า ทำไมมันไม่หายไปจากความคิดเรานะ

ยิ่งคิดมันก็ยิ่งจะโผล่ขึ้นมาในหัวของฉันอยู่เสมอ

จนถึงวันนี้ตอนนี้ก็ยังคงตามมาหลอกหลอนตัวฉันอยู่

ไม่อยากที่จะเป็นอย่างนี้อีกแล้ว แต่จะทำยังไง?

...เราจะทำยังไงได้ล่ะ...

จะห้ามไม่ให้เราคิดหรอ มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้

ความรู้สึกจิตใจเรานะไม่ใช่เครื่องกลที่จะสั่งให้มันหยุดทำเมื่อไหร่ก็ได้

...เอาอย่างนี้...

ลองมาใช้วิธีแบบของฉันดู

คนเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนความรู้สึกต่อมันได้
........................
ลองทำดู มันเข้าหลักที่ว่า เราไม่สามารถหยุด เราก็ร่วมวงกับมันไปเลย แค่นี้ชีวิตเราก็มีความสุขแล้ว

ลองสักครั้ง ไม่เคยไม่มีใครมีอดีต มันขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะให้ประโยชน์จากอดีตของเราได้มากน้อยเท่าใด

November 18

ถ้าแคร์คำพูดแย่ ๆ ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง

ถ้าแคร์คำพูดแย่ ๆ ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง

 

คำพูดบางคำทำร้ายคนฟังได้น่าดู
ถ้าจะให้ไม่แคร์เนี่ย ทำได้ยากแน่นอน
ฉันเคยรู้สึกแย่ กับคำพูดแย่ ๆ ของคนหลายคน
คำพูดของเขาทำให้เราหมดความนับถือตัวเอง
บางครั้งมันอาจถึงขนาดทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
บั่นทอนสุขภาพกายและใจ
คำพูดทิ้งยาพิษไว้ในใจเรา แล้วก็หนีลอยนวล

คนที่แย่คือคนฟังสิ...
ฉันเลยเปลี่ยนความคิดใหม่
พยายามหาเหตุผลเพื่อเข้าใจพวกเขา

คนที่ชอบติข้อบกพร่อง
ตอกย้ำปมด้อยของคนอื่น เพราะต้องการให้ตัวเองดูดี
คนพวกนี้มีปมด้อยในใจ ชอบสร้างคุณค่าให้ตัวเอง
โดยการติคนอื่น เพื่อลดคุณค่าของคนอื่น
จิตใจเขาขุ่นมัว มองไม่เห็นความดี ความสวยงาม
และสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น เพื่อนำมาพูดถึง
บ่อยครั้งที่เรามักเจอคำพูดแย่ ๆ จากคนรอบข้าง
ถ้าไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง
เราจะถูกบั่นทอนทีละนิด...

คนข้าง ๆ ฉันคนหนึ่ง ชอบล้อปมด้อยของคนอื่น
ด้วยคำพูดรุนแรง แล้วหัวเราะอย่างมีความสุข
ว่าคนนั้นขาใหญ่ ว่าคนนี้ตัวดำ
ยิ่งถ้าเขาล้อใคร แล้วคนฟังนั่งปาดน้ำตา
เขายิ่งมีความสุข
ที่สำคัญคนที่เขาติ ก็เป็นเพื่อนที่แสนดีของเขาทั้งนั้น...

ฉันพยายามเข้าใจเขา เพื่อดูแลหัวใจตัวเอง
ไม่ให้ถูกบั่นทอนไปตามคำพูดของคนประเภทนี้

เข้าใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาทางตอบโต้
เพื่อสะกิดให้เขารู้ตัวว่าเขากำลังติเราอยู่
เพราะเขาจะอาย และรู้ตัว
แต่ถ้าเราไปโวยวาย อับอาย
เขาจะยิ่งสนุก และทำบ่อยขึ้น
พอเขาว่าอะไรมา ฉันจะทำเฉย ๆ
เดี๋ยวเขาหมดสนุกก็เลิกไปเอง
ถ้ายังไม่เลิกต้องหาคำพูดเจ็บ ๆ ตอบโต้ไปบ้าง
(อย่าว่าฉันร้ายนะ) แค่อยากให้เขารู้ตัว
แล้วได้ผลด้วย เขาจะเงียบไปพักใหญ่ ๆ เชียว

ที่สำคัญใจเราต้องหนักแน่น อย่าหวั่นไหว
ที่เขาว่ามา เป็นปมด้อยของเราก็จริง
แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้
ที่เขาติมาเพราะเขามองหาส่วนแย่ ๆ ของเราต่างหาก
ที่ดีๆ ก็มี แต่เขาไม่พูด
ตัวเราย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด
เชื่อในคุณค่าของตัวเอง ไว้ใจตัวเอง

ดูแลหัวใจของเราให้ดี
เรียนรู้ที่จะปฏิเสธคำพูดแย่ ๆ จากคนอื่น
รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล
แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย...

November 12

จงฟังเสียงของความรัก

จงฟังเสียงของความรัก...............//



หลายครั้งที่เราเขินอายไม่กล้าแสดงออกซึ่งรักที่เรามี เพราะกลัวจะทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นกระดากกระเดื่อง


เราลังเลที่
       จะพูดไปตรงๆ ว่า "ฉันรักเธอ" เราจึงพยายามสื่อความรู้สึกนี้ออก ไปด้วยคำอื่น เช่น "รักษาตัวดีๆนะ" หรือ "อย่าขับรถเร็วนัก" หรือ "โชคดีนะ" แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่วิธีต่างๆ ในการพูดว่า "ฉันรักเธอ" "เธอสำคัญต่อฉัน" "ฉันสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ" "ฉันไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ" คนเรานี้บางครั้งก็ประหลาด สิ่งเดียวที่เราอยากจะพูด และเป็นสิ่งที่ควรพูด เรากลับไม่พูดออกไป กระนั้น การที่เรารู้สึกเช่นนั้นจริงๆและอยากจะพูดออกไปมาก เป็นผลให้เราใช้คำหรือสัญญาณอื่นที่บอกว่าจริงๆแล้วเราหมายถึงอะไร แต่หลายครั้งที่ความหมายเหล่านั้นสื่อไปไม่ถึง ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ต้องการเพราะฉะนั้น เราจึงต้องฟังเสียงของความรัก


ในคำที่ผู้อื่นพูดกับเรา

บางครั้งคำพูดที่ชัดแจ้งก็จำเป็น แต่บ่อยครั้งที่อากัปกิริยาในการพูดนั้นสำคัญยิ่งกว่าคำพูดเหน็บแนม ใส่ความรักและชื่นชอบไว้ในความรู้สึกซึ่งแสดงออกมาอย่างไม่จริงใจ การกอดเร็วๆ เป็นการบอกว่าฉันรักเธอ แม้ว่าคำที่พูดออกมาอาจเป็นอย่างอื่น การแสดงออกถึงความห่วงกังวลที่คนหนึ่งมีต่ออีกคนหนึ่งเป็นการบอกว่า ฉันรักเธอ แต่บางครั้งก็แสดงออกมาอย่างเงอะงะ หรือแม้แต่ดุร้าย บางครั้งเราก็ต้องตั้งใจมองและฟังมากๆ เพื่อรับรู้ความรักที่อยู่ภายใน มันมักจะอยู่ใต้ผิวที่คลุมอยู่

แม่อาจจะบ่นว่าลูกชายบ่อยๆเรื่องผลการเรียนหรือการทำความสะอาดห้อง ลูกชายอาจได้ยินแค่เสียงบ่น แต่ถ้าตั้งใจฟังดีๆ เขาจะได้ยินความรักซึ่งอยู่ใต้เสียงจุกจิกจู้จี้นั้น แม่ต้องการให้ลูกทำดี


และประสบความสำเร็จ

แต่น่าเสียดายที่ความห่วงใยและความรักลูกชายออกมาในรูปของการบ่นว่า... แต่อย่างไรมันก็คือความรัก ลูกสาวกลับบ้านช้ากว่าที่อนุญาต และพ่อมาดุแรงๆด้วยความโกรธ ลูกสาวอาจได้ยินแค่ความโกรธ แต่ถ้าตั้งใจฟังดีๆจะได้ยินความรักที่อยู่ใต้ความโกรธนั้น พ่อกำลังพูดว่า "พ่อเป็นห่วงลูก เพราะพ่อใส่ใจลูก รักลูก ลูกสำคัญต่อพ่อ" เราบอกรักด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญวันเกิด กระดาษโน้ตใบเล็กๆ รอยยิ้ม และบางครั้งก็น้ำตา

บางครั้งเราแสดงออกซึ่งความรักด้วยการนิ่งเงียบและไม่พูดอะไรเลย แต่บางครั้งก็พูดออกมา ถึงขนาดห้วนๆ


ก็มี
       บางครั้งเราแสดงความรักโดยไม่ได้ยั้งคิด.. หลายครั้งเราต้องแสดงความรัก.. ด้วยการยกโทษให้คนที่ไม่ได้ยินความรักที่เราพยายามส่งไป

ปัญหาในการฟังเสียงของความรักคือ เราไม่ค่อยเข้าใจภาษาแห่งรักที่ผู้อื่นใช้ เด็กสาวอาจใช้น้ำตาหรือแสดงอารมณ์เพื่อบอกว่าเธออยากจะพูดอะไร แต่แฟนของเธออาจไม่เข้าใจ เพราะเขาคาดหวังให้เธอพูดภาษาเดียวกับเขา ดังนั้นเราจึงต้องบังคับตัวเองให้ตั้งใจฟังเสียงแห่งรัก

ปัญหาใหญ่คือคนเราไม่ค่อยฟังกัน เราได้ยินคำพูด แต่เราไม่ฟังความหมายจริงๆของคำนั้น หรือไม่ดูการแสดงออกทางสีหน้า หรือบางครั้งเราก็ฟังเพื่อจะปฏิเสธและเข้าใจผิด เราไม่เห็นความรักที่อยู่ลึกลงไป แม้ว่าคำพูดที่ออกมาจะแสดงความโกรธก็เถอะ.. เราต้องฟังเสียงของความรักจากผู้คนรอบข้างบ้าง


ถ้าฟังดีๆจะพบว่า..
       เรามีคนรักมากกว่าที่คิด

ฟังเสียงของความรักเถิด.. แล้วเราจะพบว่า.. โลกนี้น่าอยู่ยิ่งนัก ความรักคือสิ่งที่ให้ความสุข.. ทำให้เราหัวเราะ.. ทำให้เราร้องเพลง.. ทำให้เราเสียใจ.. ทำให้เราร้องไห้.. ทำให้เราหาเหตุผล.. ทำให้เราเป็นผู้รับ.. ทำให้เราเป็นผู้ให้.. นอกเหนือจากอะไรทั้งหมด .....ความรักทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

คนอื่นจะอยู่หรือไม่อยู่กับเราไม่ได้แตกต่างอะไรนัก เพราะเราไม่เห็นต้องรู้สึกว้าเหว่แม้จะอยู่คนเดียว บางครั้งมันก็ดีที่ได้อยู่คนเดียว แต่นั่นไม่ได้ทำให้เราโดดเดี่ยว.. การอยู่กับใครสักคนไม่ใช่เรื่องสำคัญ การให้คนอื่นรู้ว่ามีเราอยู่ต่างหากที่สำคัญ ดังนั้น จำไว้ว่า ถ้าคุณรักใคร.. ก็บอกเขาไปเถิด พูดอย่างที่คุณต้องการ อย่ากลัวที่จะแสดงตัว


ใช้โอกาสนี้บอกเขา..
       ว่าเขามีความหมายต่อคุณเพียงใด อย่าปล่อยให้เวลาล่วงผ่านไป จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ -- สิ่งสำคัญที่สุดคือ อยู่ใกล้ๆ เพื่อนและครอบครัวของคุณ เพราะพวกเขาช่วยให้คุณเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรักและการมานั่งเสียใจคือ... ความเสียใจอาจจะคงอยู่ไปตลอด

ถ้าคุณอยากให้คนอื่นมีความสุข จงแสดงความรัก และถ้าคุณอยากมีความสุข ก็จงแสดงความรัก

ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก ?

ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก ?

 

ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก เราผูกพัน
และบางครั้งก็รู้สึกเหงาด้วย

เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน
ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดติดกัน จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้น
แผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์ จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ และถอยตัวห่างออกไป ห่างออกไปทุกที ทุกที

จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล แผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน

นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอก

ผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า
แผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่าน แต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า

พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ก็บอกกับทั้งสองว่า "เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้" พระอาทิตย์จึงอาสาช่วย โดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำและแผ่นดิน ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า เล่าเรื่องราวต่างๆเป็นรูปตามที่ แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา และบอกว่าแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมาก อยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน "

ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้
"ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น
และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าว แต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำ
และอยากจะบอกกับทั้งสองว่า ฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด"

ก้อนเมฆก็ตอบว่า "อยู่บนนี้นานๆก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง"

ท้องฟ้าเลยบอกว่า "ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า"

จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ

จึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารัก
คนที่เราผูกพัน และบางครั้ง ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย

ฉันตกลงไปในหลุม...แห่งความรัก

ฉันตกลงไปในหลุม...แห่งความรัก

 

ฉันไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไร
ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เจอและสัมผัส
ว่าความรู้สึกแบบที่ใครต่อใครรอบตัว
บอกว่าถวายให้ได้ทั้งชีวิต...มันเป็นยังไง

ฉันไม่เคยรู้ว่าฉันจะรักเธอ
เพราะเธอเป็นใครก็ไม่รู้...ที่อยู่ดีดีเดินเข้ามาในชีวิต
แล้วก็เหมือนว่าโลกพลิกกลับ
ทำให้ฉันตกลงไปในหลุม...แห่งความรัก
ที่ทำได้หลังจากนั้น
มีเพียงแค่คิดถึงเธอยามไม่เจอหน้า
ยิ้มให้เธอยามพบสบตา
และรักเธอไป...เท่านั้นเอง

มารู้ทีหลัง...เธอขุดหลุมนั้นไว้รอ
บอกกันว่ารักฉันมาก่อนที่ฉันจะรักเธอเสียอีก
ก็เลยตั้งใจขุดหลุมรัก...แล้วตั้งใจทำให้ฉันหลงเดินตกลงไป
แต่เธอก็คงไม่รู้...
ว่าฉันเองที่ตั้งใจเดินตกลงไป

ถ้าถามว่าอยากปีนขึ้นจากหลุมนี้ไหม
หากใครตอบว่าใช่...คงเพราะไม่มีใครอยู่ด้วยกันในหลุมรักนั้น
เขาจึงอยากกลับไปสู่โลกกว้าง...แล้วเดินค้นหาต่อไป
ส่วนฉัน...บอกได้เลยว่าไม่
เพราะฉันมีเธอ...อยู่กับฉัน
สอนให้ฉันได้รู้ว่า
ความรู้สึกดีดีที่มนุษย์เรียกว่ารักนั้น...เป็นอย่างไร

ความรักของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน
สำหรับฉันมันเป็นความอบอุ่นลึก ๆ...ในใจ
เป็นกำลังให้ฉันในวันท้อแท้
เป็นสายรุ้งให้กับวันที่หม่นหมอง
และสำคัญที่สุด
รักของฉัน...เป็นเธอ

การเดินทางของความรัก

การเดินทางของความรัก

 

ความรักของเรา 2 คนเหมือนกับการเดินทาง เราเรียกมันว่า.....
...การเดินทางของความรัก...
ตอนแรก เรา 2 คนเดินกันคนละเส้นทาง จนมาถึงถนนที่มาบรรจบกัน
ถนนที่เรียกว่า ...ถนนแห่งความรัก...
เราเจอกัน ยิ้มให้กัน พูดคุยกัน และเริ่มก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน
ฉันไม่ได้เดินนำหน้า เธอไม่ได้เดินตามหลัง และ
เธอก็ไม่ได้เดินนำหน้า ฉันก็ไม่ได้เดินตามหลัง
เรา 2 คน ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กันบนถนนแห่งความรักเส้นนี้

ในช่วงแรกของการเดินทาง มันช่างราบเรียบ ไม่มีอุปสรรคใด ๆ
เมื่อเดินมาเรื่อย ๆ เรา 2 คนพบว่า ทางเดินไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด
มีอุปสรรคที่เป็นบททดสอบความรักของเรามากมายตลอดทางเดิน
จนบางครั้ง เราคนใดคนหนึ่งล้มลง และใครคนใดคนหนึ่งช่วยฉุดขึ้น
มิตรภาพ...ความรัก...ความผูกพัน...กำลังใจ...
ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ร้าย ๆ มาได้...ด้วยกัน..

เมื่อการเดินทางมาถึงทางแยก มีเส้นทางไปทางซ้าย และ ทางขวา
เธอเลือกที่จะไปทางขวาพร้อมฉัน แต่ฉันก็อยากจะเดินไปทางซ้าย
ฉันต้องเลือกระหว่างทางเดิน 2 ทาง....
เดินไปทางขวาพร้อมกับเธอ หรือ เดินไปทางซ้ายคนเดียว

ฉันยืนอยู่นิ่ง ๆ นึกทบทวนเรื่องราวในอดีตตลอดการเดินทางที่ผ่านมา
การตัดสินใจในการเลือกทางเดินของฉันครั้งนี้ จะเปลี่ยนอะไรอีกมากมาย
ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนสร้างเงื่อนไขทางแยกขึ้นมาเอง

ถ้าฉันเลือกที่จะเดินไปทางขวาพร้อมเธอ...
ฉันยังรักเธอ และไม่ได้มีคนใหม่ แต่ลำบากใจกับการเดินทาง
ฉันคิดว่าฉันอาจจะทนเดินทางไปกับเธอต่อไม่ได้
ฉันไม่อยากจะต้องทะเลาะ งอน ไม่พูดกับเธอในการเดินทาง
จนฉันเองต้องเป็นฝ่ายเสียน้ำตาในการเดินทางครั้งนี้

ถ้าฉันเลือกที่จะเดินไปทางซ้ายคนเดียว...
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะพบอะไร พบอุปสรรคใด พบใครบ้าง
แล้วถ้าฉันล้ม ฉันลุกไม่ไหว ใครจะเป็นคนยื่นมือมาจับฉัน
ถ้าฉันเหนื่อย ฉันท้อ ฉันจะต้องทำยังไง เมื่อไม่มีเธอเดินข้าง

ฉันทบทวนอยู่นาน ฉันก็ยังตัดสินใจไม่ได้
เพราะ... ฉั น รั ก ตั ว ฉั น ...
และ... ฉั น ก็ รั ก เ ธ อ ...

 

October 14

การที่เราจะรักใครสักคน

การที่เราจะรักใครสักคน

 

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้

แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ
               การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน

แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง

แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง
              การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา

แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจ
              การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขาว่าเขาเคยมีใครยังไง

แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน...อดีต..ถึงอย่างไรก็คืออดีต
              การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะ ก็ไม่สำคัญ

เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ
             การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา

แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า
             การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้
             การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก
             การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน

เพราะการที่เราคอยห่วงใยกันอยู่เสมอ ๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ
            การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใด ๆ เลย

เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน
            การที่เราจะรักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ

เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืมข้อเสียทั้งหมดของเขาได้ 
             การที่เราจะรักใครสักคน....ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

             การที่เราจะรักใครสักคน...เมื่อเห็นเขาเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา

แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ของเขา

เสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบ ๆ ซึม ๆ ไป เพราะหากเราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน

ผลสุดท้ายแล้วคนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง
             การที่เราจะรักใครสักคน...อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่เรารักซะ

ก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอก***อีกต่อไป
             การที่เราจะรักใครสักคน...แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจ

ว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน
             การที่เราจะรักใครสักคน...จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มาก ๆ
การที่เราจะรักใครสักคน...ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ


.....
ความรัก สอนให้เราได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่ง

ความรักเป็นบทเรียนดี ๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง

ความรัก ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เราเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น

ความรัก ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ ....จากการที่เราได้....รัก....ใครสักคน...

เ ลื อ ก คู่ จ า ก ก รุ๊ ป เ ลื อ ด

เ ลื อ ก คู่ จ า ก ก รุ๊ ป เ ลื อ ด

 

( ชาย + หญิงผลลัพธ์ )

A + A
นับว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดจนถึงขั้นทำให้คนอื่นหรือคู่อื่น ๆ แอบอิจฉาเล่นก็ได้ เพราะหญิงก็เป็นคนที่ช่างจะเอาอกเอาใจ เข้าใจจิตใจซึ่งกันและกัน ส่วนชายก็จะ รู้จักหลบจักหลีกในยามที่มีปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อกันได้ด้วยดี
A + B
เห็นทีกรุ๊ปเอ จะได้สาวกรุ๊ปบีที่มีความเย่อหยิ่งในตัวเอง ต่างฝ่ายต่างมีความหยิ่ง และความถือดีทั้งคู่ แต่หนุ่มกรุ๊ปเอก็ชอบที่จะให้เป็นอย่างนั้น และพร้อมเสมอที่จะ ปราบสาวจอมหยิ่งแบบนี้ให้อยู่หมัดเขาเชียวละ
A + O
โอ้โฮ แหมขอแอบอิจฉาหนุ่มกรุ๊ปเอหน่อยนะ ท่าจะได้สาวเจ้าเป็นแม่ศรีเรือนแล้ว แถมถ้าหนุ่มกรุ๊ปเอได้สาวกรุ๊ปโอเป็นคู่ รู้ไหมชีวิตแต่งงานของหนุ่มเจ้าสาวเจ้า จะมีความสุขอย่าบอกใครเลย ก็ได้แม่ศรีเรือนมาคอยดูแลเอาอกเอาใจออกขนาดนี้ ใครละจะไม่แอบอิจฉา….จริงมะ
A + AB
ส่วนคู่นี้ถ้าคบกันแบบเปิดเผยไม่มีอะไรปิดบังซึ่งกันและกัน มีความซื่อสัตย์ และเชื่อใจกันและกัน รวมไปถึงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นถ้ารู้จักแก้ไขปรับตัวเข้าหา กันก็จะไปได้สวย
B + A
ถ้าไม่รักกันจริง คิดจะคบกันเล่น ๆ แค่ทำเก๋ เดี๋ยวเพื่อนจะล้อว่าไม่มีแฟน ก็เลิกคิดแบบนี้ไปได้เลย วันใดวันหนึ่งเกิดต้องแต่งงานกันเพราะไม่ได้รักกันจริง จะมี แต่ความทุกข์ และหมองหม่นจิตใจนะตัวเอง
B + B
ก็อย่างว่านะ กรุ๊ปก็กรุ๊ปเดียวกัน อะไรๆ แม้แต่ความคิดก็จะเหมือนๆ กัน จะคิดจะทำอะไรก็นึกถึงเขาถึงเราด้วยแล้วกัน หากเราไม่ชอบแบบนี้เขาก็ต้องไม่ชอบแน่ๆ แต่ก็น่าอิจฉาอีกคู่นะ ไม่ว่าจะทำอะไรทั้งสองจะมีแต่เราเพียงเรา คิดถึงซึ่งกันและกัน มีความรักที่ดูดดื่มดื่มดูดเป็ปซี่โคล่า….แฟนต้า….ฮานาก้าตลอดเวลา แบบว่า….มีความสุขแบบหาเปรียบมิได้




B + O
เมื่อคุณชายและคุณหญิงได้มาอยู่ใกล้ชิดกันจะมีความรู้สึกซาบซึ้ง ซาบซ่ายิ่งกว่าโคล่ากับยาสีฟัน จะเป็นคู่ที่แลเห็นคุณงามความดีของกันและกัน ( ถ้ามีดีก็จะเห็นแต่ดี นะ แต่ถ้าไม่ดีก็เห็นแต่ไม่ดีของกันและกันละจ้าา.. ) จะมีความรักที่สดชื่น มั่นคงและพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกัน
B + AB
ถ้าหนุ่มกรุ๊ปบีได้สาวกรุ๊ปเอบีมาเป็นคู่ใจ ระยะแรก ๆ ก็ต้องออกแรงกันหน่อยนะ ค่อนข้างต้องตามตื้อพอสมควร ( สุภาษิตเดิมน่ะ คือ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ) แต่ตอน หลัง ๆ คุณผู้ชายกรุ๊ปบีก็ไม่ต้องเหนื่อยหรือออกแรงมากแล้ว เพราะถ้าลองจีบคุณผู้หญิงกรุ๊ปนี้ติดละก้อสาวเจ้าจะคล้อยตามทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็น Lady2day.com อะไรประมาณนั้น
O + A
นี่ก็อีกคู่ ถ้าคิดจะรักกันต้องมีความจริงใจไม่ปิดบังซ่อนเร้น มีอะไรต้องพูดกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องพูดกันปรึกษากัน หิวข้าว ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ท้องผูก กินโอเลี้ยง ก็บอกมันให้หมดจะได้ไม่มีปัญหา แล้วจะรักกันอย่างมีความสุขจริง ๆ นะ ขอบอก
O + O
ทั้งคู่มักจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ่อย ชายเจ้าควรทำใจกว้าง กว้างยิ่งกว่าท้องทะเลเลยนะ ว่าอะไรก็ว่าตามนั้นไปก่อน ( ตามในสิ่งที่ถูกต้องนะ ) ส่วนหญิงเจ้าควรลด ความเจ้าแง่แสนงอนลง แต่ถ้าตกร่องปล่องชิ้นกัน หญิงเจ้าจะเป็นฝ่ายที่คอยสนับสนุน ส่งเสริมชายเจ้าให้ประสบความสำเร็จในชีวิต
O + AB
ร้อนกับร้อนมาเจอกัน ก็ต้องร้อนยิ่งกว่าเดิมใช้มะ ถ้าร้อนมาก็ต้องเย็นไป ควรจะออมชอมกันให้มาก ๆ ไม่ควรใช้แต่อารมณ์ ใช้ลุง หรือ ป้า ก็ได้ เดี๋ยวอาจะเหนื่อย และก็อย่างเอาแต่ใจตัวเองด้วยละ ลดอารมณ์ให้เย็นลงทั้งคู่ก็จะมีความสุข แต่ถ้าลดไม่ได้ก็จะเจอแต่ความดิบนะตัวเอง…..
AB + A
เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด ฝ่ายชายจะเป็นผู้ที่มองการณ์ไกล ทำอะไรจะนึกถึงผลดีผลเสีย มองถึงอนาคตข้างหน้า ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะเป็นแม่ศรีเรือน อยู่กับเย่าเฝ้า กับเรือนที่ดี
AB + B
ก่อนแต่งก็จะรักกันปานจะกลืนกิน รักจะหอมหวานยิ่ง แต่เมื่อแต่งงานแล้วมักจะมีปัญหาตามมาทีหลัง โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ ก็เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั่นแหละ ถ้าไม่พร้อมก็อย่าลิแต่งกันเลยนะ ถ้าครอบครัวมีอันจะกินก็ดีไปแต่ถ้าหาเช้ากินค่ำ ก็ควรพึงสังวรแล้วกันว่าปัญหาจะตามมาอีกเยอะ



AB + O
ชีวิตสมรสประสบความสำเร็จแน่ แต่จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่ที่สาวเจ้าทั้งนั้น เรียกว่าสาวเจ้าจะอยู่อย่างมีความสุข สุขกาย สบายใจได้นั้นก็ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เอง ถ้าสาวเจ้าตกหลุมหนุ่มขี้เล่นกรุ๊ปเอบีนี้ก็ต้องอดทนและอดกลั่น ฝึกกายฝึกใจเป็นพ่อบ้านแทนคุณผู้ชายแล้วกัน
AB + AB
พยายามมองให้เห็นความดีของแต่ละฝ่าย เพราะถ้าไม่เห็นกัน ทั้งคู่ก็ชอบแต่จะมีข้อพิพาทหรือมีการโต้แย้ง ถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้งแทบจะทุกเวลาหรือทุกนาทีเลย ทั้งคู่ควรเก็บปากเก็บคำ อย่าพูดให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจ มิฉะนั้นรักจะกลายเป็นพิษนะจะบอกให้

August 13

เพียงทักทาย

 

เวลาที่เธอมองฟ้าไกล
เธอรู้มีดาวอยู่เป็นล้านดวง
กลางวันก็มองไม่เห็นเลยสักดวง
แต่ฉันและเธอก็รู้ว่าดาวอยู่ที่ใด

บางคืนมีเมฆบัง แสงดาวหายไป
แต่รู้ใช่ใหม ดาวอยู่ที่เดิม
อยากให้เธอมั่นใจ ฉันเองก็เช่นกัน
ถึงแม้ไม่เจอฉัน แต่ฉันก็เหมือนเดิม

ไม่มีสักวัน ไม่เคยสักคืน ที่จะหลงลืม
ไม่คิดไม่เป็นห่วง
ไม่เคยสักที ไม่มีสักคราว
ที่ไม่ฝากความรัก ผ่านดาวทุก ๆ ดวง

จะไกลก็ไกลเพียงสายตา
ไม่เห็นก็ไม่ได้แปลว่าลืม
บางทีก็คงจะมีสักคืน
ที่ฉันและเธอจะยืนมอง
ดาวดวงเดียวกัน

คืนฝันวันร้างห่างเหิน
ดุ่มเดินเดี่ยวดายกายเหงา
เส้นทางข้างหน้าสลัวเงา
เรากำลังจะเดินทาง

เส้นทางข้างหน้าคือชีวิต
หาเพื่อนชีวิตในระหว่าง
หาเพื่อนภายหน้าร่วมเดินทาง
ทิ้งร้างทางเก่าเพื่อนเดิม

ถามว่ามีใหมที่ใจเหงา
คืนวันเก่าเก่าเข้าเสริม
หวนรำพึงถึงเพื่อนร้างทางเดิม
มาเติมมาเพิ่มพลังใจ

ไปเถิดเพื่อนไปสู่ทางข้างหน้า
อย่ามัวมาห่วงพะวงสงสัย

จากแล้วจากไปไกลห่าง
ต่างคนต่างเดินทางสายฝัน
แต่หากหว่างทางนั้นพบกัน
ช่วยทักทายกันฉันมิตร

...ช่วยทักทายกันให้ปลื้มใจ

เรื่องโง่ ๆ ที่ฉันยังเต็มใจจะทำ

      มีคนบอกว่าฉันโง่...
กับการที่ทุ่มเทให้ใครคนหนึ่งมากมาย
โดยที่เขาไม่แม้จะใส่ใจ
ว่าฉันได้ทำอะไรลงไปเพื่อเขาบ้าง

      ฉันเองก็รู้ว่าฉันโง่...
กับการใช้ทุกลมหายใจ
เพื่ออยู่สำหรับใครคนหนึ่ง
ที่เขาไม่เคยมีฉันในสายตา

      เขาบอกไม่ให้ฉันทำโง่ ๆ...
กับการรักเขาทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
เพราะเขากลัวใครอีกคนเข้าใจผิด
กับการที่เขามีฉันมาเดินตาม

      ทุกสิ่งที่ฉันทำคงเป็นเพราะความโง่...
ที่ฉันเต็มใจและตั้งใจจะโง่...
ฉันโง่เพราะความรัก...
เพราะหัวใจของฉันเอง
ฉันจะต่อว่าใครได้เล่า

      ไม่มีใครรู้ว่าฉันเจ็บแค่ไหน
ที่ทุกคนมองว่าฉันโง่
ไม่มีใครรู้ว่าทรมานแค่ไหน
ที่เขาเองก็บอกว่าฉันโง่
และที่สุดแล้ว...
ฉันรู้ว่าฉันโง่แค่ไหน...ที่รักเธอ
แต่เธอรู้อะไรไหม...
...ฉันยังเต็มใจจะโง่ต่อไป...

อีกมุมของความหมาย รัก

 

รัก คืออะไร คำตอบนี้อาจไม่มีที่สิ้นสุด
แต่การที่จะบอกรักใครบางคน
นั่นไม่ใช่การตัดสินใจเพียงอารมณ์ชั่ววูบ
และรักก็ไม่ใช่แค่คำพูด
รักคือความรู้สึกที่ออกมาจากใจทุก ๆ คน

" รัก " คือคำที่ใช้แทนความรู้สึก

บางคนแทนในความหมายที่มากเกินไป
บางคนแทนในความหมายที่ไม่ตรงประเด็น
บางคนแทนในความหมายที่เกินความเป็นจริง
บางคนแทนในความหมายที่เหมือนคิดว่าตัวเองอยู่แต่ในความฝัน

จริง ๆ แล้ว คำว่า "รัก" ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย
" รัก " ก็แค่ความรู้สึกอันหนึ่งเท่านั้นเอง
แต่ผลของการที่คน ๆ หนึ่งมีรักขึ้นมา
มันทำให้เกิดเรื่องราวหลากหลาย
ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความคิดของแต่ละคน

ที่บอกว่า " รัก " ไม่ยิ่งใหญ่
เพราะว่า เรื่องราวของความรักต่างหากที่ทำให้คุณรู้สึกขนพอง
ที่ทำให้คุณรู้สึกซึ้ง เศร้า มันเป็นแค่เรื่องราวของชีวิต
มันไม่ใช่ความรัก ที่คุณยิ้มน้ำตาไหล
ไม่ใช่เพราะคุณชื่นชมคำว่า "รัก"
แต่คุณชื่นชมเรื่องราวแห่งความรัก ต่างหาก

ความรักคือการให้
ความรักคือการเข้าใจกัน
ความรักไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะมันมีความหมายมากเกินกว่าจะเข้าใจได้
และนี่อาจจะเป็นแค่เศษเสี้ยวของความหมายในคำว่า รัก

"รัก" ไม่มีคำว่าเศร้า ทุกข์ ขมขื่น หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี
"รัก" มีแต่สิ่งดี ๆ ให้กันและกัน
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก "รัก"
แต่เกิดจากการคาดหวัง
ที่แต่ละคนคิดว่าหากรักกันแล้ว ...
ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง

ในความเป็นจริงแล้วใช่อย่างนั้นหรือ ...
การคาดหวังเกิดขึ้นได้กับทุกคน...
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งที่คาดหวังของคนสองคนไม่ตรงกัน...
คุณคงนึกภาพออก...
แล้วถ้ายิ่งคุณทำอะไรให้กับคนที่คุณรักแล้วแต่ไม่ตรง
กับที่คนรักคุณคาดไว้สิ่งนั้นก็หมดความหมาย...

คนทำก็หมดกำลังใจ ทำตั้งเยอะไม่ได้อะไร ตอบแทนเลย
จึงกลายเป็นการเรียกร้องเกิดขึ้น
เมื่อคุณเป็นฝ่ายให้แล้วทำไมอีกฝ่ายไม่เป็นฝ่ายให้บ้าง
โดยคุณอาจลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ได้ให้คุณเหมือนกัน
เพียงแต่สิ่งนั้นไม่ได้ตรงกับที่คุณคาดไว้
และมันไม่มีความหมายกับคุณเลย
เมื่อคนสองคนคิดไม่ตรงกัน ... ที่ต้องการจะเป็นฝ่ายรับ
หรือเรียกร้องที่จะรับโดยบอกให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายให้...
ความทุกข์ต่าง ๆ ก็จะตามมา

"รัก" ไม่ต้องคาดหวัง...ทำให้เมื่ออยากทำ
...ไม่ต้องรอสิ่งตอบแทน...
และรับในสิ่งที่อีกฝ่ายให้เมื่อเขาอยากให้
...ไม่ต้องเรียกร้อง
เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง...โอนอ่อนในบางที
...สิ่งดี ๆ ก็จะเกิด "รัก" ก็จะปรากฎ

ฉันจะรอเธอตลอด

รู้ไหม...ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน...
ฉันเหนื่อยที่ต้องรอเธออยู่ทุกวัน...
เธอไม่รู้หรอก ว่ามันทรมานสักแค่ไหนกับการที่ต้องรอเธอ...
ฉันจะไม่ทำอย่างนี้แน่ ถ้าฉันไม่รักเธอ
เพราะฉันนั้นเกลียดการรอคอยเป็นที่สุด...

ฉันเบื่อกับทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อไม่มีเธอ...
มันอึดอัดมากรู้ไหมตอนที่ฉันทำอะไรคนเดียว
ในที่ฉันเคยทำกับเธอร่วมกันมาตลอด...
ฉันเคยสนุกสนานกับเพื่อน และกับเธอ...
ตั้งแต่เธอจากฉันไป ไปในที่ไม่ไกล
แต่มันยากที่จะตามไปพบเธอ

หลังจากที่เธอจากฉันไป
ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปโดยเฉพาะฉัน
ฉันกลายเป็นคนเงียบขรึม และไม่เข้าไปหาเพื่อนอีกต่อไป...

เพราะฉันไม่มีอารมณ์ที่จะทำ
เมื่อไรฉันจะพบเธอ
เมื่อไรเธอจะชุบชีวิตฉัน ให้กลายเป็นฉันคนเดิม...
ฉันรอเธออยู่นะ...ตามคำสั่งของเธอ...
เธอบอกว่าเธอจะกลับมา...

แต่การรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย...
มันทำให้ฉันเหงารู้มั้ย...
บอกมาซิ ว่าจะให้ฉันรอไปถึงไหน
หรือ บอกมาซิว่า เมื่อไรฉันจะได้พบเจอเธออีก...
ฉันรู้ว่ารักของเรานั้นมั่นคง...
แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะมั่นคงตลอดไปหรือเปล่า...
ในเมื่อฉันไม่มีเธอ
ฉันไม่มีแรงที่จะประคองรักของเรานั้น ให้มั่นคงเหมือนเดิม...

แต่ฉันจะพยายาม...
ฉันสัญญา...
ฉันจะไม่รับใครอื่นเข้ามาในหัวใจฉัน...
ที่กว้างในหัวใจฉัน มันเป็นของเธอ...
จำไว้ว่ามันเป็นของเธอ
และจะไม่มีใครมาแย่งที่ของเธอได้...
จำไว้ ว่าฉันรักเธอ...
และรักอยู่เสมอ...
และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 
July 25

บทความเศร้าๆ และซาบซึ้ง

ในวันสุดท้ายก่อนวันคริสต์มาส ฉันรีบไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต
เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ
เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง
ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า
คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ
สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ
แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น
และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า
เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่ในแผนกของเล่นนั้น
ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก เขาค่อยๆลูบผมของตุ๊กตานั้นและมองดูอย่างเศร้าสร้อย
ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน
เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ
"คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ

หญิงชราตอบว่าหลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก

หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ
แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ
ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา
ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร
มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ
และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส
เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ

ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ
และก็ไม่ต้องกังวลหรอก
(มาถึงตรงนี้ นึกหละสิครับว่า เรื่องนี้ จะเหมือยนกับเรื่องปกติทั่วๆไปที่คุณเคยอ่าน เดาผิดแล้วหละครับ ลองอ่านต่อสิครับ...)
แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า
ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่ๆเธออยู่ตอนนี้ได้
ผมจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปให้แม่
แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น

ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป
น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์
พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้
ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้

หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า
"ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ

แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า
"ผมอยากให้แม่เอารูปนี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม
ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป
แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม

แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่าอาลัย
ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว
หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่าทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ

"ตกลงฮะ
เขาพูดผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ
ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน
มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด
"ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ
เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า
"ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ
ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน
ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป
แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบ
แม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ

2-3 นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา
ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตอะ)
ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง
ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้
หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้
มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ
เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส
ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่
เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้
ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ
2 วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น
ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า หญิงสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว
ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary
ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง
เธออยู่ในนั้น
ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น
และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก
ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล
ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ
แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น
คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเค้า
ตอนนี้คุณมี 2 ตัวเลือก
1. ส่งข้อความนี้ให้แก่ทุกคนที่คุณรู้จัก
2. ลบข้อความนี้ทิ้งราวกับว่ามันไม่เคยทำให้คุณรู้สึกซาบซึ้ง

ถ้าคุณส่งข้อความนี้ บางที...
คุณอาจได้ช่วยป้องกันไม่ให้บางคนที่เมาแล้วขับก็ได้ เพื่อนเหมือนกับนางฟ้าที่ช่วยเราบินในยามที่ปีกของเราหลงลืมวิธีแห่งการบินทีม คือกลุ่มคนที่อาจจะมี ประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือระดับการศึกษาที่ไม่เท่ากัน แต่อยู่ในหน้าที่เดียวกัน

เมาไม่ขับเด็ดขาด ทุกครั้งที่เมาแล้วต้องขับรถ
คิดถึงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วนั่งรถแท๊กซี่กลับบ้าน ช่วยๆกัน forward ต่อด้วยนะ อย่างน้อย น่าจะช่วยใครได้สักคน หวังเอาไว้อย่างงั๊น *

ไม่เหงา. . . แต่คิดถึง

ฉันรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ใกล้กัน
จนสามารถมองเห็นกันได้บ่อยๆ
ฉันรู้ว่าบางครั้งความหวาดระแวง
ก็เข้ามาเกาะกุมหัวใจของเราบ้าง
แต่ทุกครั้ง เราก็จะเข้าใจกันเหมือนเดิม
- - -
ในช่วงเวลาที่ฉันไม่สบายใจ
ฉันอาจจะไม่มีเธอมาคอยปลอบใจข้างๆ
แต่ฉันก็รู้ว่า. . . เธอเป็นห่วง

ในช่วงเวลาที่ฉันเสียใจ
ฉันอาจจะไม่มีเธอมานั่งกุมมืออยู่ใกล้ๆ
แต่ฉันก็รู้ว่า. . . เธอใส่ใจ

ในช่วงเวลาที่ฉันอยากมีใครสักคน
ฉันอาจจะไม่มีเธอมานั่งยิ้มให้
แต่ฉันก็รู้ว่า. . . ฉันมีเธอ
- - -
ช่วงเวลานี้กำลังนั่งฟังเพลงเบาๆ
ไม่รู้หรอก ว่าหัวใจลอยไปถึงไหน
ทั้งๆที่หัวใจก็เต้นอยู่ตรงนี้. . .
แต่กลับรู้สึกว่า มันไม่ได้อยู่กับตัวเอง

ช่วงเวลาที่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้
ไม่ได้รู้สึกอ้างว้างอะไร
ไม่ได้รู้สึกเหงา สักเท่าไหร่
แต่รู้สึกคิดถึงเธอมากกว่าใคร . . .คิดถึงจัง

แม้จะไม่ได้เรียกว่ารัก

อยู่ห่างกันบ้างบางเวลา
สบตากันบ้างบางครั้ง

...

รักเธอแบบไม่ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
เพราะหากว่าวันหนึ่งต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอแล้ว
วันนั้น...เธอไม่ได้รักฉัน แต่เธอรักคนที่อยากให้เป็นดั่งใจเธอ

...

เราอาจจะยอมแลกความเป็นตัวของตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับ
แต่เราจะไม่ได้ความรักที่แท้
เมื่อวันหนึ่ง
ความเป็นเราจะปรากฏ
น้ำตาจะเดินทางมา
คำร่ำลาจะเผยร่าง

...

ฉันรักเธอ
รักได้มากเท่าที่จะมากได้
และรักได้โดยไม่หวังให้เธอมารัก
ขอบคุณความรัก
ที่ทำให้โลกที่เต็มไปด้วยขยะใบนี้
มีกลิ่นหอม

ขอบคุณเธอ
ที่รู้สึกดีดีกับฉัน
แม้ว่านั่น...จะไม่ได้เรียกว่ารัก

สายลมสีชมพู

ลมหนาวพัดผ่านมาครั้งนี้
คงถึงเวลาที่จะพัดผ่านไปด้วยกัน

รู้ไหม ลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้งแล้ว
ความรู้สึกลึก ๆ ที่อยู่ข้างใน
มันก็ค่อย ๆ พัดพาออกมากับสายลม
จะมีใครเป็นเพื่อนผม ได้ดีเท่าสายลม
ลมหนาวในยามที่แสงแดด เจิดจ้า แต่อากาศเย็นเช่นนี้
ถ้าหากครั้งใด ที่เราถามตัวเอง
ว่าเหตุใด ชีวิต จึงเป็นเช่นนี้
มันมีทุกข์ มีสุข นั่นคือคำตอบใช่ไหม
ให้มันผ่านไป ผ่านไปกับสายลม

ลมเบา ๆ รอบ ๆ ตัวเรากลายเป็นลมหนาว                               
แสงแดดอุ่น ๆ ก็อ่อนหวานกว่าฤดูไหน ๆ
รอยยิ้มจาง ๆ กับใบไม้เล็ก ๆ โรยราย
สีขาวใสบริสุทธิ์ กับสีชมพูเปื้อนแก้ม
เสียงเปียโนอ่อนนุ่มกับสายกีตาร์ดีดพริ้ว

ลืมตาสัมผัสแดดไอยามเช้า
กลิ่นพีชจากดอกไม้แห้งข้างเตียง
เคล้ากรุ่นไปในอากาศ
แต่งแต้มสีสันให้สายลมสีขาว
สายลมหนาว ๆ เจือไปด้วยสีส้มบาง
สายลมที่เต็มไปด้วยความฝัน และจินตนาการของผม
คงเป็นได้แค่นี้

แต่สายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านตัวเธอ
ถ้าสายลมนั้นจะผ่านมาทางผมบ้าง
ให้สายลมสองสีได้บรรจบกันเป็นผืนเดียว
เหมือนผ้าบาง ๆ ที่มีสีต่างกัน
ไหลลื่นผูกมัดเป็นผ้าผืนเดียว
ถ้าเป็นจริงอย่างนั้น ...
สีที่มองเห็น สายลมที่โอบล้อมตัวเรา
คงเป็นสีชมพู

สายลมพัดผ่านทุ่งกว้าง
ผ่านหุบเขา ลำน้ำ ท้องทะเล
จากผืนดินสู่พื้นน้ำ จากยอดเขาสีขาวไปสู่ป่าดงดิบสีเขียว
ผ่านไร่ข้าวโพดสุดสายตา สวนดอกไม้
ลู่ไล่ไปตามสายน้ำ จากต้นน้ำ มหาสมุทร
ไกลเพียงใด สายลมก็จะพัดผ่านไป
แม้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ แม้ภูผาที่สูงชัน
การเดินทางนับหมื่นล้านไมล์ จะอยู่สุดลึก
ดินแดนที่คนยังไปไม่ถึง หรือจะเป็นในเมืองใหญ่ผู้คนมากมาย
ทุ่งนาสีเขียว ทุ่งหิมะสีขาว ทานตะวันสีเหลืองทอง
จากเดือนปี แต่เพียงสองสามเดือนนี้
สายลมจะพัดกลับมา สายลมสีขาวจะพัดผ่านมา
แวะมาทักทาย ส่งรอยยิ้ม ไต่ถามเรื่องราว
ให้กำลังใจเมื่อยามเหงาและผิดหวัง
เป็นเสียงหัวเราะ เมื่อยามสุขและสมหวัง

แต่สายลมคงทำให้ฝันเป็นจริงไปไม่ได้
เป็นได้ก็แต่ลมที่พัดพาสิ่งต่าง ๆ ให้เดินหน้าต่อไป
ฝันที่เป็นจริงได้ ตัวเราเท่านั้นที่จะทำ

กลัวว่าสักวันหนึ่ง
สายลมสีชมพูไม่พัดผ่านมา
ใจฉัน จะลอยตามลมอื่นไป
ลมนั้นอาจะเป็นพายุรุนแรง
หรืออาจเป็นสายลมสีดำทมิฬ

คงจะมีสักวัน ...
ที่สายลมสีชมพู ... จะพัดผ่านมา ...
และไม่พัดผ่านไป ...